คดีมีทุนทรัพย์ กับ คดีไม่มีทุนทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? สิ่งที่โจทก์ต้องรู้ก่อนเตรียมเงินไปฟ้องศาลแพ่ง
1. คดีมีทุนทรัพย์ คืออะไร? มีวิธีคิดค่าศาลอย่างไร?
คดีมีทุนทรัพย์ คือ คดีที่โจทก์นำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องเอา "เงิน" หรือ "ทรัพย์สินที่สามารถตีราคาเป็นเงินได้" กลับมาเป็นของตนเอง หรือพูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ การฟ้องเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินโดยตรง โจทก์มุ่งหวังให้ทรัพย์สินของตนเองเพิ่มขึ้นจากการฟ้องคดีนี้ค่ะ
ตัวอย่างคดีมีทุนทรัพย์: การฟ้องเรียกเงินคืนตามสัญญากู้ยืมเงิน, ฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุรถชน, ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างทำของ, ฟ้องขอแบ่งมรดกที่เป็นเงินหรือที่ดิน, หรือการฟ้องขอให้ศาลสั่งบังคับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งมีราคาประเมินหรือราคาซื้อขายชัดเจน
ค่าขึ้นศาลที่ต้องจ่าย: กฎหมายกำหนดให้โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตรา ร้อยละ 2 (2%) ของจำนวนเงิน ทุนทรัพย์ หรือราคาทรัพย์สินที่เรียกร้อง แต่กฎหมายก็กำหนดเพดานสูงสุดไว้ว่า จะเก็บไม่เกิน 200,000 บาท (สำหรับทุนทรัพย์ส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท)
ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณฟ้องเรียกเงินคืน 1,000,000 บาท คุณจะต้องเตรียมเงินค่าขึ้นศาลไปชำระในวันฟ้องจำนวน 20,000 บาท (ยังไม่รวมค่าส่งหมายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) หากทุนทรัพย์สูงเกิน 50 ล้านบาท ส่วนที่เกินจะคิดเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.1 ค่ะ
2. คดีไม่มีทุนทรัพย์ คืออะไร?
คดีไม่มีทุนทรัพย์ คือ คดีที่โจทก์ไม่ได้มุ่งหวังที่จะเรียกร้องเอาเงินหรือทรัพย์สินมาเป็นของตนเอง แต่โจทก์ไปศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง "บังคับให้จำเลยกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, งดเว้นการกระทำ, หรือยอมรับสิทธิ" บางอย่างของโจทก์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย
ตัวอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์: การฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกหรือผู้เช่าให้ออกจากที่ดินหรือบ้านของโจทก์ (โดยไม่ได้เรียกค่าเสียหายเป็นเงินทดแทน), ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งหย่าขาดจากคู่สมรส, ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเปิดทางจำเป็นหรือทางภาระจำยอม, หรือฟ้องขอให้ศาลสั่งระงับการก่อสร้างอาคารที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ
ค่าขึ้นศาลที่ต้องจ่าย: สำหรับคดีประเภทนี้ กฎหมายกำหนดให้เสียค่าขึ้นศาลในอัตราแบบเหมาจ่าย ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 200 บาท ต่อ 1 ข้อหา เท่านั้นค่ะ ทำให้ค่าใช้จ่ายในวันยื่นฟ้องจะน้อยกว่าคดีมีทุนทรัพย์อย่างมาก
3. ความแตกต่างที่สำคัญเรื่อง "ข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์" (ป.วิ.พ. มาตรา 224)
นอกจากเรื่องค่าธรรมเนียมศาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนแล้ว การแยกประเภทคดียังมีผลผูกพันไปถึงตอนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการยื่นอุทธรณ์ด้วยค่ะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 224 ได้กำหนดข้อจำกัดสิทธิไว้เพื่อไม่ให้คดีเล็กน้อยล้นศาล ดังนี้ค่ะ:
ข้อห้ามในคดีมีทุนทรัพย์: กฎหมายห้ามมิให้คู่ความยื่นอุทธรณ์ใน "ปัญหาข้อเท็จจริง" หากจำนวนทุนทรัพย์หรือจำนวนเงินที่พิพาทเถียงกันในชั้นอุทธรณ์นั้น ไม่เกิน 50,000 บาท (แปลความหมายว่า ถ้าคุณฟ้องเรียกเงิน 40,000 บาท แล้วศาลชั้นต้นยกฟ้อง คุณจะหมดสิทธิยื่นอุทธรณ์เพื่อเถียงพยานหลักฐานต่อทันที เว้นแต่ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนั้นจะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับหรือรับรองให้อุทธรณ์ได้)
สิทธิในคดีไม่มีทุนทรัพย์: คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้เสมอ ไม่มีข้อห้ามเรื่องจำนวนเงิน 50,000 บาทเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ (แต่ก็มีข้อยกเว้นบางเรื่องที่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง เช่น การฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่า หรืออาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท)
4. สามารถฟ้องคดีทั้งสองประเภทรวมกันในคดีเดียวได้หรือไม่?
ในทางปฏิบัติทางกฎหมาย โจทก์สามารถนำคำฟ้องทั้งสองประเภทมารวมไว้ในคดีเดียวกันได้ค่ะ เรียกว่าการฟ้องแบบมีหลายข้อหา ตัวอย่างที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การฟ้องขับไล่พร้อมเรียกค่าเสียหาย เช่น โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ไม่ยอมย้ายออก (ถือเป็นคำขอที่ไม่มีทุนทรัพย์) และในขณะเดียวกันก็ฟ้องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์หรือค่าเช่าที่ค้างชำระเดือนละ 10,000 บาท (ถือเป็นคำขอที่มีทุนทรัพย์)
ในกรณีการฟ้องรวมกันเช่นนี้ ศาลจะคิดคำนวณค่าธรรมเนียมศาลแยกกันตามรายข้อหาค่ะ คือ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับข้อหาขับไล่ 200 บาท และต้องเสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2 สำหรับยอดรวมค่าเสียหายที่เรียกร้องมาทั้งหมดไปพร้อมๆ กัน
การประเมินและทำความเข้าใจประเภทของคดีแพ่งก่อนยื่นฟ้อง จะช่วยให้โจทก์และทนายความสามารถวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่าย ประเมินความคุ้มค่า และวางกลยุทธ์ในการดำเนินคดีรวมถึงการใช้สิทธิอุทธรณ์ได้อย่างแม่นยำ ป้องกันการถูกจำเลยโต้แย้งเรื่องกระบวนพิจารณาผิดระเบียบในภายหลังค่ะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.):
มาตรา 224: ว่าด้วยข้อจำกัดสิทธิการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับคดีมีทุนทรัพย์และคดีไม่มีทุนทรัพย์
ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.: ว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมศาลและค่าขึ้นศาลที่คู่ความต้องชำระ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น