บ้านถูกยึดขายทอดตลาดในราคาถูกเกินไป! ลูกหนี้คัดค้านได้หรือไม่? เปิดข้อกฎหมาย ป.วิ.พ. สู้ราคาประเมินกรมบังคับคดี


เมื่อคดีแพ่งดำเนินมาถึงจุดที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด และจำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ไม่มีเงินชำระหนี้จนต้องเข้าสู่กระบวนการถูกตั้งเรื่อง "ยึดทรัพย์สิน" (เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม) เพื่อนำไปขายทอดตลาดชำระหนี้ ปัญหาคลาสสิกที่ลูกหนี้เกือบทุกคนต้องพบเจอและสร้างความกังวลใจอย่างมหาศาลคือ "ราคาประเมินทรัพย์สิน" ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีตั้งไว้เป็นราคาเริ่มต้นประมูลนั้น มักจะอ้างอิงจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ ซึ่งโดยทั่วไปจะต่ำกว่า "ราคาซื้อขายจริงตามท้องตลาด" ค่อนข้างมาก บางครั้งอาจต่ำกว่าเกินครึ่ง!

หากจำเลยปล่อยให้บ้านหรือที่ดินของตนถูกขายทอดตลาดไปในราคาที่ต่ำเกินไป ย่อมส่งผลเสียอย่างร้ายแรง เพราะนอกจากจะได้เงินมาหักลบกลบหนี้น้อยลงแล้ว หากเงินที่ขายได้ยังไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยยังคงต้องรับผิดชอบชดใช้ "หนี้ส่วนที่ขาด" ต่อไปจนกว่าจะครบถ้วน คำถามสำคัญคือ จำเลยจะมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีใช้ราคาตลาดแทนได้หรือไม่? กฎหมายมีทางออกเพื่อคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ในเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนค่ะ

1. ทำไมราคาขายทอดตลาดเริ่มต้นถึงมักจะต่ำกว่าราคาจริง?

ในขั้นตอนของการยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีหน้าที่ต้องประกาศราคาประเมินเพื่อใช้เป็นราคาเริ่มต้นสำหรับการขายทอดตลาด โดยปกติแล้ว ตามระเบียบปฏิบัติจะใช้ราคากลางจาก "ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม" ของกรมธนารักษ์ (ที่เรียกกันติดปากว่า ราคาประเมินราชการ) มาเป็นเกณฑ์ตั้งต้นค่ะ

ปัญหาคือ ราคาประเมินราชการนี้มักจะปรับปรุงข้อมูลแบบรอบระยะเวลา และเป็นการประเมินแบบภาพรวมทั้งแปลง ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้ทรัพย์สินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจริง เช่น ไม่ได้สะท้อนมูลค่าทำเลทองที่เพิ่งมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ไม่ได้รวมมูลค่าการตกแต่งภายใน การทำบิลต์อิน หรือการต่อเติมบ้านหลักล้านที่จำเลยได้ลงทุนทำไว้ ทำให้ตัวเลขที่ประกาศออกมาดูต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดซื้อขายทั่วไปอย่างมาก

2. สิทธิการคัดค้านราคาประเมิน "ก่อน" การขายทอดตลาด (ป.วิ.พ. มาตรา 331)

หากจำเลย (หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นในทรัพย์นั้น) ไม่พอใจกับราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดไว้ กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมค่ะ กฎหมายเปิดช่องให้สิทธิจำเลยในการโต้แย้งได้เสมอ

ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 331 วรรคสาม ระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วยกับราคาประเมินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด สามารถ "ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี" (ให้ยื่นที่กรมบังคับคดี ไม่ใช่ศาล) เพื่อขอให้มีการตั้ง "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือบริษัทประเมินราคาทรัพย์สินอิสระที่ได้รับอนุญาต เข้ามาทำการสำรวจและตีราคาทรัพย์สินชิ้นนั้นใหม่ ให้สอดคล้องกับราคาตามท้องตลาดในปัจจุบันได้ค่ะ

ข้อควรระวัง: การร้องขอให้ประเมินราคาใหม่นี้ จำเลยผู้ร้องจะต้องเป็นผู้วางเงินทดรองและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาประเมินราคาเองทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรีบดำเนินการยื่นคำร้องคัดค้าน "ก่อน" ที่จะมีการนำทรัพย์นั้นออกประกาศขายทอดตลาด หากปล่อยจนถึงวันประมูลแล้วจะมาขอยื่นประเมินใหม่ไม่ได้ค่ะ

3. สิทธิไม้ตาย! การคัดค้านราคาใน "วันประมูลขายทอดตลาด" (ป.วิ.พ. มาตรา 332)

หากคุณแก้ไขราคาประเมินก่อนขายไม่ทัน หรือไม่มีเงินจ้างผู้เชี่ยวชาญ จำเลยยังมีสิทธิไม้ตายอีกหนึ่งข้อในวันที่มีการจัดประมูลขายทอดตลาดจริงค่ะ ตามกฎหมาย จำเลยหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิ (และควรอย่างยิ่ง) ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมสังเกตการณ์ในวันขายทอดตลาด ณ ที่ทำการของกรมบังคับคดี

หากในวันนั้น มีผู้เข้าประมูลยกป้ายเสนอราคาสูงสุดแล้ว แต่จำเลยฟังแล้วเห็นว่าราคานั้นยังคงถูกเกินไป ไม่สมควรขาย จำเลยมีสิทธิ "แถลงคัดค้านราคา" ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทันทีในห้องประมูลค่ะ การใช้สิทธิคัดค้านครั้งนี้จะทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องเลื่อนการขายทรัพย์ชิ้นนั้นออกไปในนัดหน้า (กฎหมายให้สิทธิคัดค้านแบบผูกพันราคาได้ 1 ครั้ง)

การเลื่อนการขายออกไปนี้ มีประโยชน์เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยไปวิ่งเต้นหา "ผู้ซื้อรายใหม่" ที่พร้อมให้ราคาสูงกว่าเดิมมาสู้ราคาในนัดประมูลครั้งต่อไป หรือเพื่อให้จำเลยหาเงินมาสู้ราคาเอง เพื่อรักษาสมดุลของราคาให้เกิดความเป็นธรรมและลดภาระหนี้ส่วนขาดให้ได้มากที่สุดค่ะ

4. สรุปข้อแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับจำเลย

หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์บ้านกำลังจะถูกขายทอดตลาด ไม่จำเป็นต้องยอมแพ้ต่อราคาราชการที่ต่ำเสมอไปค่ะ สิ่งที่ควรปฏิบัติตามลำดับมีดังนี้:

  1. หมั่นตรวจสอบสถานะ: เช็คราคาประเมินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อได้รับหมายแจ้งการยึดทรัพย์

  2. ใช้สิทธิคัดค้านก่อนขาย: หากเห็นว่าราคาต่ำเกินไป และคุ้มค่าที่จะจ้างบริษัทประเมินอิสระ ให้รีบยื่นคำร้องขอตั้งผู้เชี่ยวชาญตาม ป.วิ.พ. มาตรา 331 ทันที

  3. ห้ามขาดนัดในวันประมูล: ในวันที่มีนัดประมูลจริง ต้องไปปรากฏตัวที่กรมบังคับคดีทุกครั้ง เพื่อรักษาสิทธิคัดค้านราคาก่อนเคาะไม้ขาย หากราคาประมูลจบลงในระดับที่ขาดทุนจนเกินรับได้

การรักษาสิทธิของตนเองในชั้นบังคับคดีเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีแบบแผน และมีกรอบเวลาที่เคร่งครัดมาก การปรึกษาทนายความเพื่อช่วยจัดทำคำร้องและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและช่วยปกป้องผลประโยชน์ ทั้งทรัพย์สินและยอดหนี้คงเหลือของคุณได้ดีที่สุดค่ะ

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.):

    • มาตรา 331 ว่าด้วยการกำหนดราคาทรัพย์สินที่ถูกยึด และสิทธิของลูกหนี้ในการขอให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา

    • มาตรา 332 ว่าด้วยการขายทอดตลาด และสิทธิการคัดค้านราคาของผู้มีส่วนได้เสียในวันขายเพื่อเลี่ยงการเคาะขายในราคาต่ำ

  • ระเบียบกรมบังคับคดี: ว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและการขายทอดตลาด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกันไม่จ่าย อ้างประวัติสุขภาพเดิม ทำอย่างไรดี? แนวทางตรวจสอบสิทธิและฟ้องบริษัทประกันอย่างถูกกฎหมาย

😢 รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 จ่ายเต็มไหม? กางข้อกฎหมายและ 3 ข้อยกเว้นที่ทำให้อดเคลม!

ทำมือถือตกถนนแล้วโดนรถเหยียบ ใครผิด? เจาะลึกกฎหมายจากคลิปไวรัล "ตามไปบีบให้เคลมประกันถึงบ้าน"