แม่เสียชีวิตแต่มีเงินค้างที่ "กรมบังคับคดี" ทายาทขัดแย้งกันระวังเงินตกเป็นของแผ่นดิน! เจาะลึกวิธีแก้ปัญหาและอายุความที่ต้องรู้

 


เมื่อคุณแม่หรือบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตลง ทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของผู้ตายย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ปัญหาที่มักพบเจอและสร้างความปวดหัวให้กับทายาทมากที่สุดคือ กรณีที่คุณแม่เคยตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและถูกอายัดเงิน แต่ต่อมามี "เงินค่าเลี้ยงชีพ" เงินเดือนส่วนที่ได้รับการงดเว้นจากการยึดทรัพย์ หรือเงินที่ชำระหนี้ไว้เกิน ค้างจ่ายอยู่ที่ "กรมบังคับคดี"

คำถามคือ ทายาทจะไปติดต่อขอรับเงินคืนได้อย่างไร? และยิ่งถ้าทายาทในครอบครัวกำลังมีความขัดแย้งกันจนยังไม่ได้แต่งตั้ง "ผู้จัดการมรดก" หากปล่อยทิ้งไว้เงินก้อนนี้จะหมดอายุความหรือไม่? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจทางกฎหมาย พร้อมหาทางออกที่ถูกต้องเพื่อรักษาสิทธิของครอบครัวคุณกันค่ะ

1. เงินที่ค้างอยู่ที่กรมบังคับคดี ถือเป็น "มรดก" หรือไม่?

หลายคนอาจจะสับสนว่า เงินที่อยู่กับหน่วยงานราชการนั้นจะยังเป็นมรดกอยู่หรือไม่ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1600 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "กองมรดกของผู้ตายได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดจนสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่างๆ..."

ดังนั้น สิทธิในการเรียกร้องขอรับเงินค่าเลี้ยงชีพ เงินที่เหลือจากการขายทอดตลาด หรือเงินคืนใดๆ ก็ตามที่ค้างอยู่ที่กรมบังคับคดี จึงถือเป็น "ทรัพย์มรดก" ของคุณแม่ทันทีที่ท่านเสียชีวิตค่ะ ทายาทตามธรรมจรรยา (เช่น บุตร บิดามารดา คู่สมรส) ทุกคนมีสิทธิในเงินก้อนนี้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน

2. ทายาททะเลาะกัน ตกลงกันไม่ได้ ทำอย่างไรถึงจะรับเงินได้?

ในทางปฏิบัติ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีระเบียบที่เคร่งครัดมาก เจ้าหน้าที่จะ ไม่ยอมจ่ายเงินมรดกนี้ให้กับทายาทคนใดคนหนึ่งที่เดินไปขอรับด้วยตนเองเด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครคือทายาทที่แท้จริงทั้งหมด และเพื่อป้องกันการถูกทายาทคนอื่นมาฟ้องร้องในภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงบังคับให้ต้องนำ "คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก" มาแสดงเพื่อยืนยันอำนาจตามกฎหมายเท่านั้น

หากทายาทยังมีความขัดแย้งกันอยู่ กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้เรื่องถึงทางตันค่ะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ได้กำหนดทางออกเมื่อมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกไว้ ดังนี้:

  • ทายาทคนใดคนหนึ่งชิงยื่นคำร้องก่อน: แม้พี่น้องจะทะเลาะกัน ทายาทที่มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งก็สามารถจ้างทนายความเพื่อยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลได้ทันทีค่ะ หากทายาทคนอื่นทราบเรื่องและไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิที่จะไปยื่นคำร้อง "คัดค้าน" ในศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

  • ศาลสั่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม: หากไกล่เกลี่ยแล้วตกลงกันไม่ได้จริงๆ ศาลอาจมีคำสั่งให้ตั้งทายาทที่ขัดแย้งกันนั่นแหละค่ะ เป็น "ผู้จัดการมรดกร่วมกัน" ผลที่ตามมาคือ เวลาจะไปเบิกเงินที่กรมบังคับคดี หรือไปทำธุรกรรมใดๆ ทายาทที่เป็นผู้จัดการมรดกร่วมทุกคนต้องเดินทางไปเซ็นชื่อร่วมกันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่ป้องกันการตุกติกหรือแอบถอนเงินไปใช้คนเดียวได้อย่างชะงัด

  • ตั้งคนกลางมาจัดการ: หากครอบครัวทะเลาะกันรุนแรงมากจนมองหน้ากันไม่ติด ศาลอาจใช้ดุลยพินิจตั้งบุคคลภายนอกที่เป็นกลาง เช่น ทนายความ หรือเจ้าพนักงานของรัฐ ให้เป็นผู้จัดการมรดกแทน เพื่อทำหน้าที่ไปเบิกเงินจากกรมบังคับคดีและนำมาแบ่งส่วนให้ทายาททุกคนอย่างยุติธรรม

3. ปล่อยทิ้งไว้นานๆ เงินจะหมดอายุความหรือไม่?

นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดที่ทายาทต้องพึงระวังให้มากที่สุดค่ะ! เงินที่ค้างจ่ายอยู่ที่กรมบังคับคดี ไม่ได้รอคุณอยู่ตลอดไป แต่มี "อายุความและกรอบเวลา" กำหนดไว้ชัดเจน

ตามระเบียบของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงินค้างจ่าย หากผู้มีสิทธิรับเงิน (ในกรณีนี้คือผู้จัดการมรดก) ไม่มาติดต่อร้องขอรับเงินคืน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งหรือประกาศให้มารับเงินคืนได้ เงินก้อนนั้นจะถูกนำส่งคลังและ "ตกเป็นของแผ่นดิน" ทันทีค่ะ!

หากทายาทมัวแต่ทะเลาะกัน ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันเพื่อไปทำเรื่องตั้งผู้จัดการมรดกให้เรียบร้อย จนเวลาล่วงเลยเกิน 5 ปี ทายาททุกคนจะเสียสิทธิในเงินก้อนนี้ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด และไม่สามารถฟ้องร้องเรียกร้องคืนจากรัฐได้อีกเลย

4. สิ่งที่ทายาทต้องเตรียมตัวก่อนไปพบทนายความ

เพื่อความรวดเร็ว หากคุณทราบว่ามีเงินค้างอยู่ที่กรมบังคับคดี ควรเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ไปพบทนายความค่ะ:

  1. ใบมรณบัตรของคุณแม่

  2. ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคุณแม่และทายาททุกคน

  3. เอกสารจากกรมบังคับคดี (เช่น หมายแจ้งให้ไปรับเงินคืน, หนังสือรับรองยอดเงินค้างจ่าย, หรือเลขคดีแดง)

  4. ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

สรุปคำแนะนำ: ความขัดแย้งในครอบครัวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่เรื่องผลประโยชน์และทรัพย์มรดกที่มีกรอบเวลาของกฎหมายมาบีบบังคับ ทายาทควรพักความขัดแย้งไว้ชั่วคราว แล้วรีบตั้งตัวแทนเพื่อยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกให้เร็วที่สุด เมื่อเบิกเงินจากกรมบังคับคดีมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ค่อยนำมาจัดสรรแบ่งปันกันตามกฎหมาย ย่อมเป็นผลดีและรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่ายได้มากที่สุดค่ะ

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600: ว่าด้วยกองมรดกของผู้ตาย (ครอบคลุมถึงสิทธิเรียกร้องเงินคืนต่างๆ)

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713: ว่าด้วยสิทธิในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเมื่อมีเหตุขัดข้อง

  • ระเบียบกระทรวงยุติธรรม: ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของกรมบังคับคดี (กำหนดเงื่อนไขระยะเวลา 5 ปีสำหรับเงินค้างจ่ายที่จะตกเป็นของแผ่นดิน)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกันไม่จ่าย อ้างประวัติสุขภาพเดิม ทำอย่างไรดี? แนวทางตรวจสอบสิทธิและฟ้องบริษัทประกันอย่างถูกกฎหมาย

😢 รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 จ่ายเต็มไหม? กางข้อกฎหมายและ 3 ข้อยกเว้นที่ทำให้อดเคลม!

ทำมือถือตกถนนแล้วโดนรถเหยียบ ใครผิด? เจาะลึกกฎหมายจากคลิปไวรัล "ตามไปบีบให้เคลมประกันถึงบ้าน"