ถอนนิติกรรมคืออะไร? ทำได้อย่างไรบ้าง มีกี่วิธี พร้อมเจาะลึกข้อกฎหมายและสิทธิที่ควรรู้



ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำว่า "นิติกรรม" หมายถึง การใดๆ อันทำลงไปโดยชอบด้วยกฎหมายและมีเจตนามุ่งผลต่อกฎหมายที่จะสร้าง โอน เปลี่ยนแปลง สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ (เช่น การทำสัญญาซื้อขาย การทำพินัยกรรม หรือการทำสัญญาจำนอง) แต่ในบางครั้ง เมื่อคู่สัญญาทำนิติกรรมไปแล้วอาจเกิดความผิดพลาด ถูกกลลวง ถูกข่มขู่ หรือเข้าใจผิดในสาระสำคัญ จนต้องการที่จะ "ถอนนิติกรรม" หรือทำให้ "นิติกรรมนั้นไม่สมบูรณ์และสิ้นผลไป"

วันนี้เพจ Law-HelpTH จะพามาเจาะลึกข้อกฎหมายกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า การถอนนิติกรรมหรือการทำให้โมฆียกรรมสิ้นผลนั้นทำได้อย่างไร มีกี่วิธี และต้องอ้างอิงบทบัญญัติมาตราใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ

1. นิติกรรมที่สามารถ "ถอน" หรือเพิกถอนได้ คืออะไร?

โดยหลักการทางกฎหมายแล้ว นิติกรรมที่ทำขึ้นถูกต้องตามกฎหมายทั่วไปจะไม่สามารถยกเลิกหรือถอนได้ตามอำเภอใจ เว้นแต่จะเป็นกรณีของ "โมฆียกรรม" ซึ่งหมายถึง นิติกรรมที่ยังคงมีผลสมบูรณ์อยู่จนกว่าจะถูกบอกล้าง หากมีการ "บอกล้าง" (ซึ่งในทางปฏิบัติเรียกว่าการเพิกถอนหรือถอนความผูกพัน) นิติกรรมนั้นก็จะตกเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น

ตามหลักเกณฑ์ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 176 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว ให้ถือว่านิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะมาแต่เริ่มต้น และคู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเหมือนกับว่าไม่เคยทำนิติกรรมนั้นมาก่อน

2. วิธีการถอนนิติกรรม ทำได้อย่างไร และมีกี่วิธี?

การถอนหรือยกเลิกนิติกรรมที่มีปัญหา (เช่น สัญญาที่ทำโดยความสำคัญผิด ฉ้อฉล หรือถูกข่มขู่) สามารถทำได้หลักๆ ผ่าน 2 วิธีใหญ่ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ดังนี้ครับ:

วิธีที่ 1: การ "บอกล้าง" ด้วยการแสดงเจตนา (โดยไม่ต้องฟ้องศาล)

หากนิติกรรมนั้นเข้าข่ายเป็นโมฆียกรรม (เช่น ทำสัญญาเพราะถูกกลฉ้อฉล หรือสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญของนิติกรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 157 หรือมาตรา 159) คู่สัญญาที่มีสิทธิบอกล้างสามารถทำได้โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนา (เช่น หนังสือบอกกล่าว หรือ Notice ผ่านทนายความ) ไปยังคู่สัญญาอีกฝ่าย เพื่อแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการ "บอกล้าง" หรือยกเลิกนิติกรรมดังกล่าว

  • เงื่อนไขสำคัญและอายุความ: การบอกล้างนี้จะต้องทำภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องทำภายใน 1 ปี นับแต่วันที่สามารถให้สัตยาบันได้ (เช่น นับแต่วันที่รู้ว่าถูกหลอก หรือวันที่พ้นจากการข่มขู่) และอย่างช้าที่สุดคือต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ทำนิติกรรมนั้นขึ้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 181

วิธีที่ 2: การ "ฟ้องร้องคดีต่อศาล" เพื่อขอเพิกถอนนิติกรรม

ในกรณีที่คู่สัญญาอีกฝ่ายไม่ยอมรับการบอกล้าง หรือเป็นนิติกรรมที่ซับซ้อน เช่น การทำนิติกรรมอำพราง หรือลูกหนี้จงใจทำนิติกรรม (เช่น ขายบ้านหรือโอนที่ดินให้ญาติ) เพื่อ "ฉ้อฉลเจ้าหนี้" ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบและไม่มีทรัพย์สินชำระหนี้ ผู้เสียหายหรือเจ้าหนี้จะต้องนำพยานหลักฐานไปยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษา "เพิกถอนนิติกรรม" นั้นเสีย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 237

  • เงื่อนไขการฟ้องคดี: เจ้าหนี้ต้องฟ้องร้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ตนได้รู้ความจริงอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรืออย่างช้าต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรมนั้นขึ้น

3. ตัวอย่างข้อกฎหมายอ้างอิงสำคัญที่ควรรู้

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176: ว่าด้วยผลของการบอกล้างโมฆียกรรม ซึ่งทำให้คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเหมือนไม่เคยทำสัญญามาก่อน

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181: กำหนดอายุความในการใช้สิทธิบอกล้างโมฆียกรรม (ภายใน 1 ปีนับแต่รู้เรื่อง หรือไม่เกิน 10 ปี)

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237: สิทธิของเจ้าหนี้ในการร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมอันฉ้อฉลที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ

การทำนิติกรรมสัญญาใดๆ จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างแน่นหนา หากท่านพบว่าตนเองตกอยู่ในสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ถูกหลอกลวง หรือต้องการถอนนิติกรรม ควรปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบอายุความและรวบรวมพยานหลักฐานยื่นบอกล้างหรือฟ้องร้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายโดยเร็วที่สุดครับ

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) หมวดโมฆะกรรมและโมฆียกรรม (มาตรา 150 - มาตรา 181)

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 (เพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉล)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกันไม่จ่าย อ้างประวัติสุขภาพเดิม ทำอย่างไรดี? แนวทางตรวจสอบสิทธิและฟ้องบริษัทประกันอย่างถูกกฎหมาย

😢 รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 จ่ายเต็มไหม? กางข้อกฎหมายและ 3 ข้อยกเว้นที่ทำให้อดเคลม!

ทำมือถือตกถนนแล้วโดนรถเหยียบ ใครผิด? เจาะลึกกฎหมายจากคลิปไวรัล "ตามไปบีบให้เคลมประกันถึงบ้าน"