ติดคุกใต้ถุนศาล! จำเลยขอประกันตัวเองได้ไหม? เจาะลึกขั้นตอนเตรียมเอกสารและหลักกฎหมายขอปล่อยชั่วคราว
เมื่อคุณหรือคนใกล้ชิดต้องตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือราชทัณฑ์พาตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องขัง "ใต้ถุนศาล" เพื่อรอการพิจารณาคดีฝากขังหรือรอคำพิพากษา ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นย่อมมีความเครียดและความกังวลใจอย่างมหาศาล คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ ในขณะที่เราถูกขังอยู่หลังลูกกรง เราจะสามารถเดินเรื่องขอประกันตัว (ขอปล่อยชั่วคราว) ด้วยตัวเองจากในห้องขังได้เลยหรือไม่ หรือจำเป็นต้องรอให้ญาติพี่น้องมาจัดการให้เท่านั้น? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกสิทธิทางกฎหมาย ขั้นตอนการปฏิบัติจริงที่หน้าศาล และเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ เพื่อให้คุณเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดค่ะ
1. ถูกขังอยู่ใต้ถุนศาล จำเลยเดินเรื่องขอประกันตัวเองได้หรือไม่?
ในทางกฎหมาย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 106 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า คำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ขอประกันตัว) นั้น ผู้ต้องหา จำเลย หรือ "ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง" (เช่น พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง คู่สมรส นายจ้าง หรือเพื่อนสนิท) สามารถเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลได้ค่ะ
แต่ในทางปฏิบัติ เมื่อคุณถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังใต้ถุนศาล คุณจะสูญเสียอิสรภาพในการเดินทาง คุณจึงไม่สามารถเดินออกมายื่นเอกสาร ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หรือนำเงินสดไปวางที่หน้าเคาน์เตอร์การเงินของศาลได้ด้วยตนเอง ทางออกสำหรับสถานการณ์นี้จึงแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
กรณีที่ 1: มีเงินหลักประกันและมีญาติพี่น้อง: คุณจำเป็นต้องไหว้วานให้ญาติ ทนายความ หรือบุคคลที่ไว้วางใจ ทำหน้าที่เป็น "นายประกัน" เพื่อเป็นตัวแทนในการนำหลักทรัพย์และเอกสารต่างๆ ไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศาลด้านบนแทนคุณ โดยเจ้าหน้าที่จะนำเอกสารลงมาให้คุณเซ็นชื่อรับรองในห้องขัง
กรณีที่ 2: ไม่มีญาติและไม่มีเงินประกันตัว: หากคุณตกอยู่ในสภาวะยากไร้หรือติดต่อใครไม่ได้ คุณไม่ต้องหมดหวังนะคะ ปัจจุบันศาลยุติธรรมมีนโยบายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน คุณสามารถแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลหรือผู้คุมที่อยู่หน้าห้องขัง เพื่อขอเขียน "คำร้องใบเดียว" (คำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน) เจ้าหน้าที่จะนำแบบฟอร์มมาให้คุณกรอกและเซ็นชื่อจากในห้องขัง จากนั้นจะนำไปยื่นให้ผู้พิพากษาพิจารณา หากศาลตรวจสอบประวัติแล้วเห็นว่าคุณไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ศาลอาจอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยการทำสัญญาเปล่า หรืออาจให้ใช้ระบบติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) แทนการวางเงินสดค่ะ
2. หลักฐานและเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการขอประกันตัว
หากมีญาติหรือนายประกันมาเดินเรื่องให้ที่ศาล จะต้องเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน เพื่อให้กระบวนการพิจารณาของศาลเป็นไปอย่างรวดเร็วภายในวันเดียวกัน โดยสิ่งที่ต้องใช้ตามระเบียบมีดังนี้ค่ะ:
เอกสารของจำเลย (ผู้ถูกขัง): บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (หรือสำเนาหากตัวจริงถูกตำรวจยึดไปประกอบในสำนวนคดีแล้ว)
เอกสารของนายประกัน (ผู้มายื่นเรื่อง): บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง, ทะเบียนบ้านตัวจริง, และหนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีนายประกันจดทะเบียนสมรสแล้ว จะต้องให้คู่สมรสเซ็นแบบฟอร์มยินยอมให้นำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันด้วย)
เอกสารแสดงความสัมพันธ์: เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนรับรองบุตร หรือสูติบัตร เพื่อยืนยันให้ศาลเห็นว่านายประกันเป็นผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องและมีความผูกพันกับจำเลยจริง
หลักประกันที่ศาลยอมรับ: สามารถใช้ได้หลายรูปแบบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 114 เช่น เงินสด, สมุดบัญชีเงินฝากประจำ, โฉนดที่ดิน (ต้องมีหนังสือหนังสือรับรองราคาประเมินจากสำนักงานที่ดินมาแสดง), สลากออมสิน, กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพ หรือหนังสือรับรองเงินเดือนของข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจเพื่อใช้ตำแหน่งค้ำประกัน (โดยปกติจะใช้ตำแหน่งค้ำประกันได้ในวงเงิน 10 เท่าของเงินเดือน)
3. ศาลใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณา "ให้" หรือ "ไม่ให้" ประกันตัว?
เมื่อนายประกันยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว ศาลจะพิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 108/1 โดยหลักการพื้นฐานคือศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเสมอ เว้นแต่ศาลจะมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเข้าข่ายข้อห้ามดังต่อไปนี้:
จำเลยจะหลบหนี: เช่น คดีมีอัตราโทษสูงมาก (คดีฆ่าผู้อื่น คดียาเสพติดรายใหญ่) และจำเลยไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
จำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน: เช่น มีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน หรือพยายามทำลายหลักฐานในคดี
จำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น: เช่น ขู่ฆ่าผู้เสียหาย หรือมีแนวโน้มจะไปก่ออาชญากรรมซ้ำ
ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ: เช่น โฉนดที่ดินติดจำนอง หรือผู้ค้ำประกันมีประวัติไม่ดี
การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน: เช่น ตำรวจยังต้องสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่าย หากปล่อยตัวไปอาจทำให้เสียรูปคดี
4. ข้อควรระวังหลังได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
หากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว นายประกันและจำเลยจะต้องเซ็น "สัญญาประกัน" ร่วมกัน ซึ่งสัญญาจะระบุเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย หรือต้องมารายงานตัวตามกำหนดนัดทุกครั้ง หากจำเลยฝ่าฝืนเงื่อนไขหรือหลบหนีไม่มาศาล ศาลจะออกหมายจับจำเลยทันที และสั่ง "ปรับนายประกัน" (ริบเงินประกันหรือบังคับคดียึดทรัพย์สินที่นำมาวางไว้เต็มจำนวนตามสัญญา) ค่ะ
กระบวนการขอประกันตัวในชั้นศาลปัจจุบันมีความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้นอย่างมาก หากเอกสารพร้อมและคดีไม่ร้ายแรงจนเข้าข่ายข้อห้ามตามกฎหมาย ศาลมักจะพิจารณาและมีคำสั่งอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน การรู้สิทธิของตนเองและเตรียมเอกสารให้พร้อมแต่เนิ่นๆ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการคืนอิสรภาพชั่วคราว เพื่อให้ออกมาเตรียมตัวต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปค่ะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.):
มาตรา 106: ว่าด้วยสิทธิในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง
มาตรา 108/1: ว่าด้วยเหตุผลที่ศาลจะพิจารณาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว (เช่น พฤติการณ์หลบหนี ยุ่งเหยิงพยาน)
มาตรา 114: ว่าด้วยประเภทของหลักประกันที่ศาลรับรอง
นโยบายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานศาลยุติธรรม: ว่าด้วยแนวทางการใช้ "คำร้องใบเดียว" เพื่อขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น