รถจมน้ำมิดคัน ซ่อมไม่ได้ ต้องทนผ่อนกุญแจต่อไหม? กางข้อกฎหมายสู้ไฟแนนซ์ให้หลุดพ้นหนี้
ในช่วงวิกฤตอุทกภัยที่ผ่านมา ปัญหาหนักอกที่สร้างความทุกข์ใจให้หลายครอบครัวคือเหตุการณ์ "รถยนต์จมน้ำ" โดยเฉพาะรถที่เพิ่งออกมาใหม่และยังผ่อนไฟแนนซ์ไม่หมด หลายคนเครียดและกังวลว่าเมื่อรถพังเสียหายหนักจนซ่อมไม่ได้แล้ว เรายังต้องก้มหน้าก้มตาผ่อนกุญแจเปล่าๆ ต่อไปทุกเดือนหรือไม่ ทางไฟแนนซ์มีสิทธิมาบังคับทวงค่างวดที่เหลือตามสัญญาได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อกฎหมายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมกางประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ให้ดูทีละมาตรา เพื่อให้คุณรู้เท่าทันสิทธิของตัวเองและใช้เป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมายได้อย่างถูกต้องค่ะ
1. น้ำท่วมรถพัง ถือเป็น "เหตุสุดวิสัย" ทางกฎหมาย จุดเริ่มต้นของการสู้คดีในเรื่องนี้ ต้องพิจารณาที่สาเหตุของการที่รถพังค่ะ หากรถของคุณจอดอยู่ดีๆ ที่บ้าน แล้วเกิดน้ำท่วมใหญ่กะทันหัน หรือมีพายุรุนแรงจนทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ย้ายรถไม่ทันจนรถเสียหายหนักและซ่อมไม่ได้ ในทางกฎหมายจะมองว่าเหตุการณ์ธรรมชาติเหล่านี้คือ "เหตุสุดวิสัย"
อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 8: กฎหมายให้นิยามคำว่า "เหตุสุดวิสัย" ไว้ว่า หมายถึงเหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้บุคคลนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรแล้ว
ผลทางกฎหมาย: เมื่อน้ำท่วมเป็นเหตุสุดวิสัยที่คุณไม่ได้มีส่วนประมาทเลินเล่อ (เช่น ไม่ได้จงใจฝ่าป้ายเตือนแล้วขับรถลุยน้ำลึก) คุณจึงไม่มีความผิดที่ทำให้ทรัพย์สินของไฟแนนซ์เสียหายค่ะ
2. เมื่อรถพังยับ สิ้นสภาพ "สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับลง" สัญญาที่คุณทำกับบริษัทไฟแนนซ์คือ "สัญญาเช่าซื้อ" ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือการให้เช่า "ตัวรถยนต์" คันนั้น เพื่อให้คุณมีรถไว้ขับขี่ใช้งาน เมื่อตัวรถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์สินหลักได้สูญสลาย พังทลาย หรือจมน้ำจนสิ้นสภาพการเป็นรถยนต์ไปแล้ว สัญญาเช่าซื้อย่อมไม่อาจดำเนินต่อไปได้ค่ะ
อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 567: บัญญัติไว้ว่า "ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย" (กฎหมายให้นำมาปรับใช้กับสัญญาเช่าซื้อด้วย)
ผลทางกฎหมาย: เมื่อรถพังจนใช้การไม่ได้ สัญญาเช่าซื้อถือว่าสิ้นสุดลงทันทีโดยอัตโนมัติตามผลของกฎหมายค่ะ
3. ลูกหนี้ "หลุดพ้น" จากการจ่ายค่างวดที่เหลือในอนาคต นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดในการปกป้องเงินในกระเป๋าของคุณค่ะ เมื่อสัญญาเช่าซื้อระงับลงแล้ว และเหตุที่รถพังก็เกิดจากเหตุสุดวิสัยที่คุณไม่ต้องรับผิดชอบ กฎหมายได้ให้ความคุ้มครองลูกหนี้ไว้ชัดเจนว่า ไม่ต้องชำระหนี้ในอนาคตอีกต่อไป
อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 219 วรรคหนึ่ง: บัญญัติไว้ว่า "ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น"
ผลทางกฎหมาย: คุณไม่ต้องทนผ่อนค่างวดรถที่เหลือฟรีๆ อีกต่อไปค่ะ ทางบริษัทไฟแนนซ์ไม่สามารถมาบังคับเก็บค่างวดในเดือนที่เหลือ รวมถึงไม่สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย หรือค่าทวงถามใดๆ จากคุณได้เลยตามแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยวางบรรทัดฐานไว้
4. สิ่งที่ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบและข้อควรระวัง แม้ว่าคุณจะหลุดพ้นจากการผ่อนค่างวดที่เหลือแล้ว แต่ในทางกฎหมายก็ยังมีขั้นตอนภาคปฏิบัติที่คุณต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือโดนฟ้องร้องในภายหลังค่ะ
ต้องส่งคืน "ซากรถ" ให้ไฟแนนซ์: เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในตัวรถยังคงเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ คุณจึงมีหน้าที่ต้องส่งมอบ "ซากรถ" คันที่ถูกน้ำท่วมนั้นคืนให้กับทางไฟแนนซ์ทันที ห้ามนำซากรถไปชำแหละขายเป็นอะไหล่ หรือขายซากให้เต็นท์รถเองเด็ดขาด เพราะหากทำเช่นนั้น คุณอาจโดนแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหา "ยักยอกทรัพย์" ได้ค่ะ
เรื่องของค่าเสียหายส่วนกำไร: หากในสัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงระบุให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบค่าเสียหายแม้เกิดจากเหตุสุดวิสัย (ซึ่งสัญญาไฟแนนซ์ส่วนใหญ่มักจะเขียนมัดตัวไว้) ไฟแนนซ์อาจใช้ช่องทางนี้ไปยื่นฟ้องร้องเรียกเงินจากคุณได้ แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ หากไปถึงชั้นศาล ศาลจะพิจารณาให้จ่ายเพียงแค่ "ค่าเสียหายส่วนกำไร" ที่ไฟแนนซ์ควรจะได้รับเท่านั้น ไม่ใช่ให้คุณต้องจ่ายค่างวดที่เหลือทั้งหมด และศาลยังมีอำนาจปรับลดจำนวนเงินลงได้อีกตามสมควร ตาม "พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540"
5. ขั้นตอนปฏิบัติทันทีเมื่อรถจมน้ำ หากรถของคุณจมน้ำจนเสียหายหนัก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติ ถ่ายรูปและคลิปวิดีโอเก็บหลักฐานสภาพรถ ระดับน้ำ และเหตุการณ์น้ำท่วมไว้ให้ละเอียดที่สุด จากนั้นให้รีบทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทไฟแนนซ์เพื่อขอยกเลิกสัญญาและส่งคืนซากรถค่ะ (หากคุณมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้รีบแจ้งบริษัทประกันภัยด้วย เพราะประกันจะเข้ามาประเมินความเสียหายและอาจช่วยจ่ายปิดยอดไฟแนนซ์ให้ตามทุนประกัน)
หากมีพนักงานของไฟแนนซ์โทรมาข่มขู่หรือทวงถามค่างวดที่เหลือ คุณสามารถหยิบยกข้อกฎหมายและมาตราเหล่านี้ขึ้นมาอธิบายเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของคุณได้เลย หากบริษัทไฟแนนซ์ยังคงดึงดันบังคับให้คุณจ่ายค่างวดที่ไม่เป็นธรรม ผู้เช่าซื้อสามารถนำหลักฐานทั้งหมดไปร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผ่านสายด่วน 1166 ค่ะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 (เหตุสุดวิสัย), มาตรา 219 (การหลุดพ้นจากการชำระหนี้) และ มาตรา 567 (สัญญาเช่าระงับ)
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น