เปิดบัญชีม้า หรือโดนหลอกจนถูกอายัดบัญชี ต้องทำอย่างไรให้รอดคุก? สรุปวิธีเคลียร์ตัวเองกับตำรวจและธนาคาร

 


ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์ระบาดหนัก ปัญหาเรื่อง "บัญชีม้า" กลายเป็นคดีความอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำต้องกลายมาเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัวค่ะ บางคนอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างเพียงไม่กี่ร้อยบาท หรือบางคนโชคร้ายถูกมิจฉาชีพหลอกหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีออนไลน์ (เช่น หลอกให้กู้เงินออนไลน์ หลอกให้ทำงานกดรับออเดอร์)

จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ แอปพลิเคชันธนาคารในมือถือก็ใช้งานไม่ได้ โอนเงินออกไม่ได้ พอโทรไปเช็กกับคอลเซ็นเตอร์ถึงรู้ความจริงว่า "บัญชีถูกอายัด" เพราะมีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้! เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ เราจะทำอย่างไรเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ป้องกันไม่ให้ต้องติดคุก และสามารถปลดอายัดบัญชีให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ? วันนี้เราจะมาสรุปขั้นตอนการรับมือทางกฎหมายแบบทีละขั้น เพื่อให้คุณนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องค่ะ

1. โทษของการเป็น "บัญชีม้า" หนักแค่ไหนในปัจจุบัน? ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดมากเพื่อจัดการกับปัญหานี้ นั่นคือ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 กฎหมายฉบับนี้ระบุโทษไว้อย่างชัดเจนและรุนแรงมากค่ะ โดยระบุว่า ผู้ใดเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเปิดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาญา (หรือยินยอมให้คนอื่นเอาไปใช้) ถือว่ามีความผิดทางอาญาทันที

  • บทลงโทษตามกฎหมาย: ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นไปตาม "มาตรา 9" ของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ และที่สำคัญคือ ศาลจะนับโทษเป็นรายกระทงนะคะ หมายความว่าถ้าคุณเปิดบัญชีม้า 3 บัญชี โทษจำคุกและค่าปรับก็จะถูกคูณสามเข้าไปด้วยค่ะ

2. เมื่อรู้ตัวว่าแอปธนาคารเข้าไม่ได้ หรือบัญชีถูกอายัด ต้องทำอย่างไร? หากคุณรู้ตัวว่าโดนหลอก หรือจู่ๆ แอปธนาคารโดนล็อค ห้ามปล่อยเบลอหรือหนีปัญหาเด็ดขาดค่ะ เพราะนั่นจะทำให้คุณดูเหมือนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ให้ตั้งสติและทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ทันทีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ:

  • ติดต่อธนาคารต้นสังกัดทันที: รีบโทรหาคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารเพื่อขอทราบสาเหตุการอายัดบัญชี หากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอายัดเพราะมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ ให้คุณสอบถามและจดข้อมูลเบื้องต้นมาให้ครบถ้วน เช่น เลขที่คดี (Case ID), รหัสอ้างอิงการอายัด, ชื่อผู้เสียหาย และชื่อสถานีตำรวจที่รับแจ้งความ

  • รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด: แคปหน้าจอแชทสนทนาที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง (เช่น แชทที่อ้างว่าให้ทำงานพิเศษ แชทที่หลอกให้ส่งบัตรประชาชนไปกู้เงิน) สลิปการโอนเงิน ลิงก์เว็บไซต์ หรือข้อความ SMS ทุกอย่างที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่เป็นเหยื่อที่ถูกหลอกใช้ข้อมูลเหมือนกัน

  • รีบไปแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์: นำหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือโทรแจ้งสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เพื่อแจ้งว่าเราถูกหลอกนำข้อมูลไปใช้เปิดบัญชี เอกสารการแจ้งความนี้จะใช้เป็นยันต์กันผีเบื้องต้น ว่าเราไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งมิจฉาชีพค่ะ

3. ได้รับ "หมายเรียก" จากตำรวจ ต้องทำอย่างไรให้รอดคุก? หากมีหมายเรียกตราครุฑส่งมาที่บ้าน โดยระบุข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน" หรือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สิ่งที่คุณต้องทำอย่างแรกคือ "ต้องเดินทางไปตามหมายเรียก ห้ามหนีการสอบสวนเด็ดขาด" เพราะหากคุณขัดขืนไม่ไปตามหมายเรียกครบ 2 ครั้ง ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ทันทีค่ะ สำหรับข้อหาฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ มาตรา 343

  • ไปพบพนักงานสอบสวนตามนัด: นำหลักฐานทั้งหมดที่คุณเตรียมไว้ไปชี้แจงกับตำรวจเจ้าของคดี อธิบายลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด ว่าคุณถูกหลอกนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างไร

  • การเจรจากับผู้เสียหายตัวจริง: ในหลายกรณี หากยอดเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้ามาในบัญชีของคุณมีจำนวนไม่สูงมากนัก พนักงานสอบสวนอาจช่วยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้คุณเจรจาชดใช้เงินคืนให้กับผู้เสียหายตัวจริง เพื่อแลกกับการที่ผู้เสียหายยอมถอนแจ้งความ ซึ่งจะช่วยให้คดีระงับและรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีอาญาได้ค่ะ (ต้องเข้าใจว่า แม้เราจะไม่ได้เป็นคนกดเงินนั้นไปใช้ แต่ในทางกฎหมายเราคือเจ้าของบัญชีที่เปิดรับเงินทุจริต จึงต้องร่วมรับผิดชอบในส่วนนี้)

4. วิธีเคลียร์ตัวเองกับธนาคาร เพื่อ "ปลดอายัดบัญชี" การปลดอายัดบัญชีม้าเป็นกระบวนการที่ยากและใช้เวลานานพอสมควรค่ะ คุณไม่สามารถเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์สาขาธนาคารแล้วขอให้พนักงานปลดล็อคให้ได้เลย เพราะธนาคารจะยอมปลดอายัดก็ต่อเมื่อได้รับ "หนังสือถอนการอายัดบัญชี (ตราครุฑ)" ที่ออกโดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเท่านั้น

นั่นหมายความว่า คุณต้องดำเนินการเคลียร์คดีความกับทางตำรวจให้เสร็จสิ้น หรือเจรจาชดใช้คืนเงินผู้เสียหายจนคดีความสิ้นสุดเสียก่อน พนักงานสอบสวนถึงจะออกเอกสารฉบับนี้ให้คุณนำไปยื่นที่ธนาคารเพื่อปลดล็อคบัญชีค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ อยากฝากข้อคิดเตือนใจไว้ว่า อย่าเห็นแก่เงินหลักร้อยหลักพันในการรับจ้างเปิดบัญชี หรือให้ใครยืมบัญชีไปรับโอนเงินเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา ค่าจ้างทนายความ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปขึ้นศาล และความเสี่ยงที่จะต้องเข้าไปนอนในคุก มันไม่คุ้มค่ากันเลยแม้แต่น้อยค่ะ บัญชีธนาคารและบัตรประชาชนคือข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญที่สุด ที่ต้องหวงแหนและปกป้องไว้ให้ดีที่สุดนะคะ

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:

  • พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (มาตรา 9 ว่าด้วยความผิดฐานเปิดบัญชีม้า)

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 (ว่าด้วยความผิดฐานฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน)

  • ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (สายด่วน AOC 1441)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกันไม่จ่าย อ้างประวัติสุขภาพเดิม ทำอย่างไรดี? แนวทางตรวจสอบสิทธิและฟ้องบริษัทประกันอย่างถูกกฎหมาย

😢 รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 จ่ายเต็มไหม? กางข้อกฎหมายและ 3 ข้อยกเว้นที่ทำให้อดเคลม!

ทำมือถือตกถนนแล้วโดนรถเหยียบ ใครผิด? เจาะลึกกฎหมายจากคลิปไวรัล "ตามไปบีบให้เคลมประกันถึงบ้าน"