เตือนภัยเจ้าของบ้าน! ระวังช่องโหว่ประมูลบ้าน "ติดจำนอง" กรมบังคับคดี อาจโดนฮุบสมบัติแถมเสียเงินฟรี
สำหรับเจ้าของบ้านหรือที่ดินที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินจนนำไปสู่การถูกยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดโดยกรมบังคับคดี หลายคนมักจะเลือกวิธี "ปล่อยผ่าน" เพราะคิดว่าเมื่อบ้านถูกยึดไปแล้วทุกอย่างจะจบลง แต่ในความเป็นจริง หากทรัพย์สินของคุณถูกประกาศขายในรูปแบบ "การขายแบบจำนองติดไป" อาจมีภัยเงียบจากกลุ่มนักลงทุนหรือนักฉวยโอกาสที่ทำให้คุณต้องเสียทั้งบ้านและเสียทั้งเงินฟรีๆ การทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
1. ช่องโหว่ของเงื่อนไขการขาย "จำนองติดไป" ทางกฎหมาย
เมื่อบ้านหรือที่ดินถูกกรมบังคับคดีนำออกขายทอดตลาด โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องรับภาระหนี้จำนองเดิมไปด้วย (จำนองติดไป) การดำเนินการนี้อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 334 ซึ่งกำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดต้องรับภาระจำนองหรือบุริมสิทธิที่ติดอยู่กับทรัพย์นั้นไปด้วย
มักจะเกิดเหตุการณ์ที่ "ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี" มีมูลค่าต่ำกว่า "ยอดหนี้จำนอง" ที่ค้างอยู่กับธนาคารอย่างมาก จุดนี้เองที่กลายเป็นช่องโหว่สำคัญ เนื่องจากระเบียบการวางหลักประกันจะอ้างอิงจากราคาประเมินที่เหลืออยู่ ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าประมูลสามารถวางเงินมัดจำป้ายในราคาที่ถูกมาก เช่น อาจจะวางมัดจำเพียง 5,000 - 10,000 บาทเท่านั้น และเมื่อถึงเวลาประมูลจริง ราคาเคาะขายก็มักจะจบลงที่หลักหมื่น เช่น 30,000 หรือ 50,000 บาท ทำให้กลุ่มนายทุนสามารถกว้านซื้อบ้านได้หลายร้อยหลังด้วยเงินลงทุนเพียงหยิบมือเดียว
2. แผนการของนักฉวยโอกาส: บีบให้เช่า หรือ ฟ้องขับไล่
เมื่อนายทุนประมูลซื้อบ้านของคุณได้ในราคาหลักหมื่น และจ่ายเงินครบตามจำนวนที่ประมูลได้แล้ว พวกเขาจะได้สิทธิในฐานะผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 334 (เดิมคือมาตรา 309 ตรี) ซึ่งให้อำนาจผู้ซื้อสามารถร้องขอต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดีเพื่อขับไล่เจ้าของเดิมหรือบริวารออกจากทรัพย์สินได้ทันที โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่
สิ่งแรกที่คนกลุ่มนี้จะทำคือ การใช้อำนาจตามกฎหมายนี้เข้ามาจัดการกับคุณซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเดิม โดยมีทางเลือกบีบคั้น 3 ทาง คือ:
ขอศาลออกหมายบังคับคดีขับไล่คุณออกจากบ้านทันที โดยอาศัยสิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด
บีบให้คุณทำสัญญา "เช่าบ้านของตัวเอง" เพื่อแลกกับการได้อยู่อาศัยต่อ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ทันทีให้กับนายทุน
เสนอขายบ้านคืนให้คุณ โดยให้คุณทำสัญญาผ่อนชำระตรงกับพวกเขาในราคาที่บวกกำไรไปแล้วหลายเท่าตัว
3. ตลกร้ายที่เจ็บปวด: เสียบ้านแล้ว แต่ยังต้องผ่อนหนี้ธนาคาร!
ความน่ากลัวที่สุดของกรณีนี้เชื่อมโยงกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 744 ว่าด้วยความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง ตราบใดที่หนี้ประธาน (หนี้เงินกู้) ยังไม่ถูกชำระจนครบถ้วน หรือยังไม่มีการไถ่ถอนจำนอง สัญญาจำนองก็ยังคงอยู่
ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้จำนองมักจะไม่ทราบในทันทีว่าบ้านหลังนี้ถูกประมูลขายไปแล้ว เนื่องจากผู้ประมูลได้มักจะจงใจประวิงเวลา ไม่ยอมไปติดต่อธนาคารเพื่อชำระหนี้จำนองตามหน้าที่ ในระหว่างนั้น หากคุณ (เจ้าของบ้านเดิม) มีการตั้งค่าหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) เพื่อผ่อนบ้าน ธนาคารก็จะทำการตัดเงินของคุณไปเรื่อยๆ ทุกเดือน เท่ากับว่าคุณกำลังเอาเงินหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง ไปผ่อนชำระลดต้นลดดอกให้กับบ้านที่กรรมสิทธิ์ตกเป็นของคนอื่นไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนนายทุนที่ประมูลได้ก็ลอยนวลและได้มูลค่าหนี้ที่ลดลงจากเงินของคุณเอง
4. แนวทางรับมือและปกป้องสิทธิตามกฎหมาย
การปล่อยปละละเลยเมื่อบ้านถูกบังคับคดี ไม่ใช่ทางออก หากคุณได้รับหมายศาลหรือประกาศขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี โดยเฉพาะในเงื่อนไขที่ขายแบบติดจำนอง คุณสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองได้ดังนี้:
คัดค้านราคาประเมิน: หากเห็นว่าราคาประเมินต่ำเกินจริง สามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้
เข้าร่วมประมูลสู้: หาเงินก้อนไปประมูลสู้ในราคาหลักหมื่นเพื่อรักษากรรมสิทธิ์ไว้เองก่อนที่นายทุนจะคว้าไป
ระงับการหักบัญชีอัตโนมัติ: แจ้งยกเลิกการหักบัญชีชำระหนี้กับธนาคารทันทีที่ทรัพย์ถูกประมูลขายได้ เพื่อป้องกันการจ่ายหนี้แทนผู้ซื้อรายใหม่ และให้ผู้ซื้อรายใหม่ไปเจรจาชำระหนี้จำนองกับธนาคารเอง
การรู้เท่าทันข้อกฎหมายและการเตรียมตัวที่ดี จะช่วยปกป้องสิทธิและทรัพย์สินของคุณไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มนักฉวยโอกาสในกระบวนการบังคับคดี
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 334 (สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดและการรับภาระจำนอง)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 744 (ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง)
คู่มือการติดต่อกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น