หย่ากันแล้ว ใครมีสิทธิเลี้ยงดูลูก? เปิดกฎหมายครอบครัวเรื่องอำนาจปกครองบุตรแบบเข้าใจง่าย

 


เมื่อชีวิตคู่ของสามีภรรยาเดินมาถึงทางตัน การตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการ "หย่าร้าง" อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนสองคนเพื่อแยกย้ายกันไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ถ้าหากระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนั้นดันมีลูกน้อยเกิดขึ้นมา ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาทันทีและมักจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรงก็คือเรื่องของลูกค่ะ คำถามที่ว่า "ตกลงแล้วลูกจะต้องไปอยู่กับใคร?" และ "ใครจะมีสิทธิในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ของลูก?" กลายเป็นเรื่องที่ต้องหาข้อยุติให้ได้

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจและกฎหมายเข้ามาช่วยจัดการร่วมกันค่ะ วันนี้เราจะพามาดูข้อกฎหมายครอบครัวแบบเจาะลึก อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสวัสดิภาพของเด็กกันค่ะ

1. อำนาจปกครองบุตร คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญมาก? ในทางกฎหมาย คำว่า "สิทธิเลี้ยงดู" ที่เราพูดกันติดปากนั้น จะถูกเรียกว่า "อำนาจปกครองบุตร" ค่ะ ซึ่งอำนาจนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การให้ข้าวให้น้ำ ส่งเสียเลี้ยงดู หรือให้ที่ซุกหัวนอนเท่านั้นนะคะ แต่ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรตามกฎหมาย จะมี "สิทธิเด็ดขาด" ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตของเด็กทั้งหมดเพียงผู้เดียว เช่น การเลือกโรงเรียนให้ลูก การพาไปทำพาสปอร์ตเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ การเซ็นเอกสารยินยอมให้รับการรักษาพยาบาลเมื่อลูกป่วยหนัก หรือแม้แต่การจัดการทรัพย์สินของเด็ก สิทธิเหล่านี้จะอยู่กับผู้มีอำนาจปกครองไปจนกว่าเด็กจะบรรลุนิติภาวะ หรืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ค่ะ

2. พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส... ลูกเป็นสิทธิของใคร? นี่เป็นกรณีที่เจอบ่อยที่สุดในสังคมไทยเลยค่ะ หากพ่อและแม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแต่ "ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน" กฎหมายไทยจะถือว่าลูกที่เกิดมาเป็น "บุตรชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว" ทันทีค่ะ

อ้างอิงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 นั่นแปลว่า ฝ่ายแม่จะมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว 100% ฝ่ายพ่อจะไม่มีสิทธิมาแย่งลูก พาลูกหนี หรือฟ้องร้องขอสิทธิเลี้ยงดูแข่งกับแม่ได้เลยในเบื้องต้น หากฝ่ายพ่อต้องการมีสิทธิในตัวลูก จะต้องดำเนินการตาม มาตรา 1547 คือต้องไปทำเรื่อง "จดทะเบียนรับรองบุตร" ที่สำนักงานเขต (ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากทั้งแม่และเด็ก) หรือหากแม่ไม่ยอม พ่อก็ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเสียก่อน จึงจะสามารถเรียกร้องสิทธิในการดูแลลูกได้ค่ะ

3. พ่อแม่จดทะเบียนสมรสถูกต้อง... ตอนหย่าจะแบ่งลูกกันอย่างไร? หากพ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลูกที่เกิดมาจะถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของทั้งคู่ค่ะ ซึ่งทั้งพ่อและแม่จะมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันคนละครึ่ง แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องจดทะเบียนหย่า กฎหมายได้กำหนดแนวทางออกไว้ 2 กรณี ตามหลักเกณฑ์ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 ดังนี้ค่ะ:

  • กรณีที่ 1: การหย่าโดยความยินยอม (ตกลงกันได้เอง) หากทั้งคู่สามารถพูดคุยตกลงกันได้ด้วยดี สามารถจูงมือกันไปจดทะเบียนหย่าที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตได้เลยค่ะ โดยในวันนั้น เจ้าหน้าที่จะให้เขียน "บันทึกท้ายทะเบียนหย่า" เพื่อตกลงกันให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะให้ใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร (ให้อยู่กับพ่อ ให้อยู่กับแม่ หรือจะใช้อำนาจร่วมกันต่อไปก็ได้) นอกจากนี้ยังต้องระบุด้วยว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นเงินเดือนละเท่าไหร่ บันทึกข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายทันที หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ก็สามารถนำบันทึกนี้ไปฟ้องร้องบังคับคดีได้ค่ะ

  • กรณีที่ 2: การฟ้องหย่า (ตกลงกันไม่ได้ ต้องพึ่งศาล) หากตกลงกันไม่ได้จริงๆ ว่าลูกจะอยู่กับใคร หรือทะเลาะกันเรื่องค่าเลี้ยงดู ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องให้ทนายความยื่นเรื่อง "ฟ้องหย่า" ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวค่ะ เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ศาลจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า ใครสมควรได้รับอำนาจปกครองบุตรไป สิ่งสำคัญคือ ศาลจะไม่ได้มองว่าใครรวยกว่า มีเงินมากกว่า หรือใครหน้าที่การงานดีกว่าเป็นหลักนะคะ แต่ศาลจะพิจารณาจาก "ความผาสุกและสวัสดิภาพของเด็กเป็นสำคัญที่สุด" โดยอาจจะมีนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาช่วยประเมินสภาพแวดล้อม ใครที่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ มีสภาพแวดล้อมที่บ้านปลอดภัย และเด็กมีความรู้สึกผูกพันด้วยมากกว่า คนนั้นก็จะมีโอกาสชนะคดีและได้สิทธิเลี้ยงดูลูกไปค่ะ

4. ไม่ได้สิทธิเลี้ยงดูลูก จะถูกตัดขาดจากลูกเลยหรือไม่? สำหรับคุณพ่อหรือคุณแม่ที่กังวลเรื่องนี้ สบายใจได้เลยค่ะ กฎหมายไทยระบุไว้ชัดเจนมากว่า แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร แต่ความเป็นพ่อแม่ลูกไม่สามารถตัดขาดกันได้ทางสายเลือด ผู้ที่ไม่ได้อำนาจปกครองก็ยังคงมี "สิทธิในการติดต่อและเยี่ยมเยียนลูกได้ตามสมควร" เสมอค่ะ

อีกฝ่ายที่ได้สิทธิเลี้ยงดู จะมากีดกัน ซ่อนตัวลูก หรือพาลูกหนีเพื่อไม่ให้เจอกันไม่ได้เด็ดขาด กฎหมายรับรองสิทธิข้อนี้ไว้ชัดเจนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584/1 หากมีการกีดกันเกิดขึ้น ฝ่ายที่ถูกกีดกันสามารถไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้เปิดทางเพื่อใช้สิทธิเยี่ยมเยียนนี้ได้ทันทีค่ะ

การหย่าร้างอาจจะเป็นเพียงการจบความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยา แต่คำว่า "พ่อและแม่" ยังคงติดตัวคุณทั้งสองคนไปตลอดชีวิตของลูก การพูดคุยตกลงกันด้วยความประนีประนอม ลดทิฐิที่มีต่อกัน และนึกถึงความรู้สึกรวมถึงผลประโยชน์ของลูกเป็นหลัก คือทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีความสุข ซึ่งกฎหมายใดๆ ในโลกก็ไม่สามารถเทียบเท่ากับความรักความเข้าใจจากพ่อแม่ได้ค่ะ

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และ 1547 (ว่าด้วยสิทธิของบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 (ว่าด้วยการกำหนดอำนาจปกครองบุตรเมื่อเกิดการหย่าร้าง)

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584/1 (ว่าด้วยสิทธิในการติดต่อและเยี่ยมเยียนบุตร)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประกันไม่จ่าย อ้างประวัติสุขภาพเดิม ทำอย่างไรดี? แนวทางตรวจสอบสิทธิและฟ้องบริษัทประกันอย่างถูกกฎหมาย

😢 รถจมน้ำ ประกันชั้น 1 จ่ายเต็มไหม? กางข้อกฎหมายและ 3 ข้อยกเว้นที่ทำให้อดเคลม!

ทำมือถือตกถนนแล้วโดนรถเหยียบ ใครผิด? เจาะลึกกฎหมายจากคลิปไวรัล "ตามไปบีบให้เคลมประกันถึงบ้าน"