ประกาศ "พื้นที่ประสบสาธารณภัย" คืออะไร? กางกฎหมายเช็กสิทธิเยียวยาที่ผู้ประสบภัยต้องรู้
เมื่อเกิดวิกฤตภัยธรรมชาติรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พายุพัดถล่ม หรือแผ่นดินไหว หลายคนคงเคยได้ยินข่าวการประกาศ "พื้นที่ประสบสาธารณภัย" จากทางหน่วยงานภาครัฐกันอยู่บ่อยครั้งใช่ไหมคะ ซึ่งหลายครั้งประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การประกาศนี้มีความสำคัญอย่างไร แค่บอกให้รู้ว่าน้ำท่วมเฉยๆ หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือ มันส่งผลต่อตัวเราโดยตรงในเรื่องของการรับความช่วยเหลือแบบไหนบ้าง
ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลที่ชัดเจนทางกฎหมายระบุว่า การประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย (เช่น การประกาศครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร หรือประกาศครอบคลุมทั้งจังหวัด) ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศเพื่อแจ้งสถานการณ์ให้ประชาชนทราบตามหน้าข่าวเท่านั้นค่ะ แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือการ "ปลดล็อก" ข้อกฎหมายและงบประมาณที่สำคัญมาก เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินทดรองราชการออกมาช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนได้อย่างเต็มที่ รวดเร็ว และถูกต้องตามระเบียบราชการทุกประการ
1. อำนาจทางกฎหมายในการประกาศพื้นที่ประสบภัย
การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย เป็นการใช้อำนาจตาม "พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550" โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน มาตรา 21 และ มาตรา 22 ที่ให้อำนาจผู้อำนวยการจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด) หรือผู้อำนวยการกลาง (อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) มีอำนาจในการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปปฏิบัติงาน สั่งการ และใช้ทรัพยากรต่างๆ ของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการอนุมัติที่ล่าช้าในภาวะปกติค่ะ
2. กางระเบียบกระทรวงการคลัง: 3 สิทธิเยียวยาที่ประชาชนต้องได้รับ
เมื่อพื้นที่บ้านของเราถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการแล้ว เราในฐานะประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับสิทธิและการเยียวยาตาม "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562" ซึ่งมีการกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาไว้อย่างชัดเจน ดังนี้ค่ะ:
เงินช่วยเหลือในการดำรงชีพเบื้องต้น: นี่คือความช่วยเหลือที่เร่งด่วนที่สุดค่ะ เมื่อเกิดภัยพิบัติจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ ภาครัฐจะมีเงินช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น เช่น ค่าอาหาร ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าของใช้จำเป็น หรือค่าเช่าที่พักชั่วคราว ในกรณีที่บ้านพักอาศัยเดิมถูกน้ำท่วมขังหรือพังทลายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
เงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย: ปัญหานี้มักจะตามมาหลังจากระดับน้ำลดลงหรือพายุสงบลงค่ะ หากบ้านเรือนของเราได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ เช่น หลังคาพังปลิวหาย ประตูหน้าต่างเสียหาย หรือพื้นบ้านทรุดตัว เราสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยค่าซ่อมแซมบ้านได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น อบต. หรือ เทศบาล) เข้ามาประเมินความเสียหายตามจริง และจ่ายเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด (โดยปกติจะมีเพดานเงินช่วยเหลือสูงสุดต่อหลังคาเรือน)
เงินชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต: นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นค่ะ แต่หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นทำให้สมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัตินั้นๆ ภาครัฐก็จะมีเงินชดเชยเป็นค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในยามโศกเศร้าด้วยเช่นกัน
3. ข้อคิดเตือนใจ: สิทธิมีไว้ให้ใช้ แต่ต้อง "รักษาสิทธิ" ด้วยตัวเอง
สิทธิการเยียวยาเหล่านี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราพึงได้รับตามกฎหมายในฐานะผู้เสียภาษีค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากเน้นย้ำคือ "เราต้องรักษาสิทธิของตัวเองให้ดีที่สุด" หากบ้านของคุณได้รับความเสียหาย สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยคือ การถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอความเสียหายเก็บไว้เป็นหลักฐานให้ละเอียดที่สุด ถ่ายให้เห็นร่องรอยระดับน้ำท่วม ซากปรักหักพัง และทรัพย์สินที่เสียหาย
จากนั้นให้คอยติดตามข่าวสารจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน หรือสำนักงานเขตอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่าย ไปยื่นลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือตามวันและเวลาที่กำหนด เพราะหากปล่อยปละละเลยจนเลยกำหนดเวลาไปแล้ว คุณอาจจะเสียสิทธิในการรับเงินเยียวยาก้อนนี้ไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย จึงเปรียบเสมือนร่มคันใหญ่ที่รัฐกางออกเพื่อปกป้องและบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด การทำความเข้าใจข้อกฎหมายและสิทธิของตนเอง จะช่วยให้เราก้าวผ่านวิกฤตการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยความมั่นคงยิ่งขึ้นค่ะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 (มาตรา 21, 22)
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น