อึ้งทั้งโซเชียล! ข่าวแม่วัยใส 9 ขวบ เปิดข้อกฎหมาย "พรากผู้เยาว์-กระทำชำเรา" ทำไมเด็กยินยอมถึงยังผิด?
จากกระแสข่าวเด่นประจำวันที่ทำเอาหลายคนในสังคมถึงกับตกใจและตั้งคำถามมากมาย กับกรณี "แม่วัยใสอายุเพียง 9 ขวบ ตั้งครรภ์กับแฟนหนุ่มอายุ 13 ปี" ข่าวนี้ไม่ได้สร้างแค่ความสะเทือนใจหรือเป็นเพียงประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์เท่านั้นนะคะ แต่มันยังซ่อนประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนควรต้องรู้เอาไว้เป็นอย่างยิ่งค่ะ
วันนี้เราจะมาสรุปข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อเป็นเกราะป้องกันและเป็นความรู้ในการดูแลบุตรหลานของเรากันค่ะ
1. กฎหมายกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี: "ยินยอมก็มีความผิด" หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยในใจว่า ถ้าเด็กทั้งสองคนเขารักกัน เป็นแฟนกัน และยินยอมพร้อมใจกันเองแบบนี้ ในทางกฎหมายแล้วจะถือว่ามีความผิดไหม?
คำตอบคือ "ผิดเต็มๆ ค่ะ" ตามกฎหมายอาญาของประเทศไทยได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนและเด็ดขาดเลยว่า การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นความผิดอาญาทั้งสิ้นค่ะ เหตุผลที่กฎหมายต้องเขียนล็อคเอาไว้แบบนี้ ก็เพื่อเป็นการ "คุ้มครองเด็ก" ที่ยังถือว่ามีวุฒิภาวะไม่เพียงพอในการตัดสินใจเรื่องเพศ และป้องกันไม่ให้ผู้ใหญ่หรือใครก็ตามมาล่อลวงเด็กนั่นเองค่ะ
บทลงโทษทั่วไป: สำหรับผู้ที่กระทำผิดในข้อหานี้ มีสิทธิได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 400,000 บาทเลยทีเดียว (แต่สำหรับกรณีตามหน้าข่าวนี้ ผู้กระทำก็ยังถือว่าเป็น "เด็ก" จึงต้องมีขั้นตอนการใช้กฎหมายเยาวชนเข้ามาจัดการแทนการจับติดคุกแบบผู้ใหญ่ค่ะ)
2. เมื่อผู้กระทำผิดก็เป็น "เด็ก" (อายุ 13 ปี) กฎหมายจะจัดการอย่างไร? ในคดีนี้ ฝ่ายชายอายุเพียง 13 ปี ซึ่งตามกฎหมายไทยปัจจุบันระบุไว้ว่า เด็กอายุเกิน 12 ปีแต่ยังไม่เกิน 15 ปี หากไปกระทำความผิด "ไม่ต้องรับโทษทางอาญา" (ความหมายคือไม่ต้องไปเดินเข้าเรือนจำหรือติดคุกเหมือนผู้ใหญ่) ค่ะ
แต่เดี๋ยวก่อนนะคะ... การไม่ต้องรับโทษ ไม่ได้แปลว่าจะสามารถปล่อยผ่านหรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เลย ศาลเยาวชนและครอบครัวจะมีอำนาจเข้ามาจัดการคดีนี้ โดยกระบวนการจะเน้นไปที่การ "ฟื้นฟู บำบัด และแก้ไข" เพื่อให้เด็กกลับตัวเป็นคนดี มากกว่าการลงโทษด้วยความรุนแรงค่ะ ตัวอย่างเช่น:
เรียกพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กที่ทำผิดมาตักเตือน และอาจต้องทำทัณฑ์บนว่าต้องดูแลควบคุมพฤติกรรมเด็กให้ดีขึ้น
หากประเมินแล้วสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อาจต้องส่งตัวเด็กไปที่สถานพินิจฯ หรือศูนย์ฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
มอบหมายให้พนักงานคุมประพฤติเข้ามาติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
3. แนวทางการไกล่เกลี่ยและกฎหมายครอบครัวที่ต้องรู้ เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจจะคิดถึงวิธีแก้ปัญหาแบบพื้นบ้าน คือการให้ทั้งคู่จัดงานแต่งงาน ผูกข้อมือกันให้ถูกต้องตามประเพณีและกฎหมายไปเลย แต่ในทาง "กฎหมายครอบครัว" ของไทยนั้น การจดทะเบียนสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้นค่ะ (เว้นแต่ศาลจะสั่งอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ) ดังนั้น ในกรณีนี้เด็กทั้งคู่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่สามารถจดทะเบียนสมรสให้เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายได้ค่ะ
การจัดการและการไกล่เกลี่ย: คดีในลักษณะนี้มักจะจบลงด้วยกระบวนการพูดคุยไกล่เกลี่ยระหว่างสองครอบครัว โดยไม่ปล่อยให้ตกลงกันเองนะคะ จะต้องมี "เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ" (เช่น นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และพนักงานอัยการ) เข้ามาร่วมประเมินและพูดคุยด้วย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเด็กทั้งสองคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กทารกที่กำลังจะลืมตาดูโลก โดยทุกฝ่ายต้องยึดเอาความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็กเป็นหลักสำคัญที่สุดค่ะ
การเรียกร้องค่าเสียหาย (ค่าสินไหมทดแทน): ในทางแพ่ง พ่อแม่ของฝ่ายหญิงมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากพ่อแม่ของฝ่ายชายได้ค่ะ ในฐานะที่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลบุตรหลานของตนเองให้ดีจนไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นนั่นเอง
ในข้อ 1 (กฎหมายกระทำชำเราเด็ก): อธิบายเพิ่มว่า ความผิดนี้เป็นไปตาม "ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277" ที่ระบุชัดเจนว่าผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษ...
ในข้อ 3 (กฎหมายครอบครัว): ตรงส่วนของการจดทะเบียนสมรส ให้ระบุว่าอ้างอิงตาม "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448" (ที่กำหนดอายุ 17 ปีบริบูรณ์)
ในข้อ 3 (การเรียกร้องค่าเสียหาย): ระบุเพิ่มเติมว่า พ่อแม่ฝ่ายหญิงสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามหลัก "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429" ซึ่งบิดามารดาต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้เยาว์ได้กระทำ หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลอย่างเพียงพอแล้ว
ข้อคิดเตือนใจฝากถึงผู้ปกครอง: ข่าวแม่วัยใสในครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจชั้นดีเลยนะคะ ว่าในยุคปัจจุบันที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงสื่อ โซเชียลมีเดีย และอินเทอร์เน็ตได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว พ่อแม่ผู้ปกครองมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือควรเปิดใจสอนเรื่องเพศศึกษา การป้องกันตัวเอง และการเคารพสิทธิในร่างกายตัวเองให้ลูกหลานเข้าใจตั้งแต่เขายังเล็กๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะบานปลายและทำลายอนาคตของพวกเขาได้ค่ะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลทางกฎหมาย:
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 (ความผิดฐานกระทำชำเราเด็ก)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 (เงื่อนไขการสมรส) และ มาตรา 429 (ความรับผิดของบิดามารดา)
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น